8 คุณสมบัติที่ดีของนักสืบ

นักสืบ หมายถึง ใคร ?

นักสืบ หมายถึง ใคร

นักสืบ หมายถึง ใคร  “นักสืบ” รับหน้าที่เป็นผู้สอดแนมพร้อมเก็บข้อมูลของเรื่องราวต่างๆ มีทั้งนักสืบเอกชนที่รับงานจากการว่าจ้างของลูกค้าโดยตรง หรือทำงานร่วมกับตำรวจ โดยอาชีพนี้มักเข้าไปมีบทบาทในนวนิยายต่างๆ อีกทั้งยังเป็นผู้ไขคดีฆาตกรรม รวมทั้งคดีอันน่าพิศวงต่างๆ มากมาย ซึ่งการสืบนั้นดำเนินการแบบประกบตัวของบุคคลต้องสงสัยเพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการ แต่ว่านักสืบไม่อาจทำอะไรนอกเหนือไปกว่านี้ได้ เช่น ไม่สามารถจับกุม , ขอตรวจค้นหา เป็นต้น นักสืบจะเป็นผู้คนหาความจริงของเรื่องราวต่างๆ ตามแต่ผู้ว่าจ้างต้องการ สำหรับในประเทศไทยนักสืบมักสืบมักถูกว่าจ้างให้ไปสืบเรื่องราวต่างๆ ต่อไปนี้

  • สืบชู้สาว หนึ่งในปัญหายอดฮิตของสังคมไทย การจะคาดคั้นโดยไม่มีหลักฐานนั้น ก็คงเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่ผู้กระทำผิดจะยอมรับด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นการจ้างนักสืบเพื่อให้ไปหาหลักฐาน จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อใช้ในการฟ้องหย่า หรือรับรู้ความจริง การสืบแบบนี้มักใช้ระยะเวลาไม่นานนัก รวมทั้งราคาค่าจ้างก็ไม่ค่อยสูงสักเท่าไหร่
  • สืบคดีความ บางครั้งเมื่อมีคดีเกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเช่น ญาติ หรือคนรัก ก็ย่อมอยากจะทราบเรื่องราวรวมทั้งหาสาเหตุที่มาที่ไปอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องจ้างนักสืบ เพื่อให้ไปหารายละเอียดว่าแท้จริงแล้ว เรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่ โดยการสืบแบบนี้ต้องใช้ระยะเวลานาน และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
  • หาหลักฐานของคดีต่างๆ เช่น การที่คุณจะไปฟ้องร้องใคร ถ้าไม่มีหลักฐานมาแสดง ศาลก็จะไม่ดำเนินการหรือไม่รับฟ้อง หรือถ้าคุณมีหลักฐานแต่ว่ายังไม่เพียงพอ ไม่มีน้ำหนักมากพอ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเรื่องราวเป็นแบบนั้นจริงๆ ทำให้ต้องจ้างนักสืบเพื่อหาหลักฐานมาให้เพิ่มเติม โดยการสืบแบบนี้ใช้ระยะเวลานาน อีกทั้งยังต้องอาศัยความอดทนของทั้งนักสืบและผู้ว่าจ้างเป็นหลัก

8 คุณสมบัติของนักสืบ

เพื่อง่ายต่อการศึกษาและจดจำ สำหรับลักษณะหรือคุณสมบัติของ “นักสืบที่ดี” ควรจะยึดหลัก 8 ร คือ “รัก รอบรู้ ริเริ่ม รวดเร็ว รอบคอบ รับผิดชอบ ไร้ร่องรอย เรื่องร่างกาย” ดังมีรายละเอียดดังนี้

1. ต้องมีใจรัก

บุคคลที่จะเข้าเป็นนักสืบที่ดีได้นั้น อันดับแรกจะต้อง “มีใจรักงานสืบ” กล่าวคืองานใดก็ตามโดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ถ้าได้ทำงานที่ตนเองรักและชอบแล้วย่อมประสบความสำเร็จและงานนั้นก็จะบรรลุผลตามที่ต้องการ แต่ถ้าหากถูกบังคับให้ทำงานที่ไม่ชอบและเป็นงานที่ไม่ถนัดและไม่มีใจรักแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในงานนั้นมากมาย โดยเฉพาะงานด้านการสืบนั้นเป็นงานที่จะต้องใช้ความอดทน อดกลั้น และต้องมีความขยันหมั่นเพียร จึงจะทำให้ผลงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะงานสืบเป็นงานยาก และต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่จะปฏิบัติงานในด้านนี้ ดังนั้น คนที่จะมาเป็นนักสืบที่ดีนั้น จะต้องมีความชอบ ความรัก ความเสียสละเพื่องาน อีกทั้งต้องเต็มไปด้วยความอดทน อดกลั้น ประกอบกับต้องขยันและกระตือรือร้นในการทำงานอยู่ตลอดเวลา

2. ต้องมีความรอบรู้

นักสืบที่ดีนั้น จำเป็นต้องรอบรู้ดังนี้

  • ต้องรู้ตัวบทกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง กฎข้อบังคับ ระเบียบงานสารบรรณ ตลอดจนการเขียนรายงานการสืบสวนต่าง ๆ ต้องมีการศึกษาค้นคว้าอยู่ตลอดเวลา
  • ต้องรู้จักวิธีการสืบเป็นอย่างดี กล่าวคือ จะต้องรู้จักคนทุกวัน ทุกอาชีพทุกประเภท และนักสืบจะต้องมีความสังเกตที่ดี จดจำได้แม่นยำ
  • ความรู้สภาพพื้นที่สำคัญเพื่อผลของการสืบ
  • รู้จักแสวงหาข่าวจากแหล่งข่าวต่าง ๆ ความน่าเชื่อถือของข่าวในงานนักสืบ นักสืบต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว แหล่งข่าวหรือสายข่าวมีความสำคัญเป็นอย่างมากในงานของนักสืบ การหาข่าว หรือหาข้อมูลทุกระดับชั้นในงานของนักสืบ เป็นสิ่งนักสืบทุกคนต้องปฏิบัติ เพราะนักสืบมีหน้าที่ในการพิสูจน์ความจริงในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย การรวบรวมข้อมูลข่าวสารของนักสืบนั้นแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น ข้อมูลข่าวสารที่นักสืบพบเห็น หรือได้จากการพิสูจน์ทราบเองของนักสืบ ข้อมูลข่าวสารได้จากตัวผู้ว่าจ้าง และข้อมูลข่าวสารได้จากสายลับหรือแหล่งข่าว โดยนักสืบจะต้องทำการวิเคราะห์ว่าข้อมูลข่าวสารได้มานั้น ว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด เช่น นักสืบต้องการสืบหาที่อยู่ของเป้าหมายที่หลบหนีอยู่ แต่นักสืบกลับไปถามหาเป้าหมายกับญาติพี่น้องของเป้าหมายโดยไม่ทราบว่าเป็น คำตอบที่ได้รับกลับอออกมาก็ไม่น่าจะเป็นความจริงอยู่แล้ว เพราะญาติพี่น้องย่อมช่วยเหลือ ปกปิด แหล่งที่ซ่อนของเป้าหมายอยู่แล้ว และที่แย่กว่านั้นคือญาติพี่น้องได้ส่งข่าวบอกให้เป้าหมายรู้ตัวแล้วว่ามีคน มาตามหาตัว ทำให้เป้าหมายหลบหนีไปที่อื่น ภารกิจของนักสืบก็จะล้มเหลว สายข่าวบางคนให้ข้อมูลมาอาจจะให้ข้อมูลที่เกินจริง เพราะต้องการได้รับความสำคัญจากนักสืบ หรือต้องการค่าตอบแทนจากการให้ข่าว หรือสายข่าวบางคนก็ให้ข้อมูลจากความเชื่อของตนเอง โดยไม่ค่อยจะมีความจริงเท่าใด นักสืบจึงต้องมีการคิดวิเคราะห์ก่อนว่า จะถามข้อมูลจากแหล่งข่าวคนใด ข้อมูลได้มานั้นมีความถูกต้องแม่นยำมากน้อยเพียงใด เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงความเห็นของแหล่งข่าวเท่านั้น จึงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้

3. ต้องมีความริเริ่ม

ริเริ่ม หมายถึง นักสืบที่ดี จะต้องมีความคิดริเริ่ม หาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนางานสืบให้งานบริการเกิดความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน รู้จักใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัย เพื่อช่วยให้งานสืบประสบผลสำเร็จง่ายขึ้น เช่น การหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต (ข้อมูลได้จากอินเตอร์เน็ตจำเป็นที่นักสืบจะต้องมีการพิสูจน์เสียก่อนว่า มีความจริงมากน้อยเพียงไร จึงจะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ เพราะข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมีความน่าเชื่อถือน้อย) การใช้ข้อมูลจากการติดต่อสื่อสาร (ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ สามารถบอกอะไรแก่นักสืบได้หลายอย่าง เช่น หมายเลขที่โทรออกหรีอรับสาย การส่ง รmร หรือสถานที่ที่ใช้โทรศัพท์นั้นๆ ) การใช้ข้อมูลทางด้านการเงินการธนาคาร คนส่วนใหญ่ต้องมีการทำธุรกรรมด้านการเงินกับทางธนาคารอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีคนที่ทำงานได้เงินแล้วจะเอาเงินไปเก็บไว้ที่บ้านทั้งหมดแน่ ตลอดจนข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลการประกันสังคม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับนักสืบอย่างมากในการทำงาน ช่วยให้ภารกิจบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

4. ต้องมีความรวดเร็ว

นักสืบทุกคนจะต้องยึดหลัก รุกรบ รวดเร็ว ทันทีทันใด เมื่อมีเหตุหรือคดีที่เกิดขึ้น จะต้องเร่งรีบไปในทันที เนื่องจากหากชักช้า ร่องรอยต่าง ๆ อาจถูกกลบ หรือหาหลักฐานไม่ได้

5. รอบคอบ

นักสืบที่ดีจะต้องมีการวิเคราะห์ และประเมินเหตุการณ์อย่างรอบคอบ ต้องไม่ใจร้อน การเร่งรีบเกินไปในการปฏิบัติภารกิจ การสะกดรอยติดตามเป้าหมายอย่างกระชั้นชิดเกินไป ก็อาจทำให้เป้าหมายรู้ตัว อันเป็นผลให้ภารกิจล้มเหลว ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับตัวนักสืบเองหรือผู้ว่าจ้างก็เป็นได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ย่อมทำให้นักสืบคนนั้นก็ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจเดิมได้อีก ต้องเปลี่ยนตัวนักสืบ ซึ่งนักสืบคนใหม่ที่เข้ามาทำงานแทนก็จะทำงานได้ยากกว่าเดิม เพราะเป้าหมายจะต้องระวังตัวเพิ่มมากขึ้น ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่เป้าหมายมีหมายจับ หรือมีความผิดติดตัว ก็จะทำให้เป้าหมายหาสถานที่หลบซ่อนตัวใหม่ เป็นผลให้ทีมงานนักต้องมาเริ่มต้นใหม่ในการสืบหาตัวเป้าหมายอีก

นักสืบต้องไม่ใจเย็นเกินไป เพราะการที่ทำอะไรชักช้าเกินไป เฝ้ารอดูการเคลื่อนไหวของเป้าหมายอยู่แต่ภายนอกอย่างเดียวก็อาจทำให้ภารกิจล้มเหลวได้ เช่น นักสืบได้สะกดรอยตามเป้าหมายไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง แล้วเฝ้ารอดูอยู่แต่ด้านนอกเพราะกลัวเป้าหมายจะรู้ตัวว่าถูกติดตาม โดยไม่พยายามที่จะเข้าไปสำรวจสถานที่นั้น ทำให้ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นยังมีทางออกทางอื่นอีก ซึ่งอาจทำให้คลาดกับเป้าหมายได้ ถ้าเป้าหมายออกไปอีกทางหนึ่ง หรือการติดตามเป้าหมายโดยการเฝ้าติดตามยานพาหนะของเป้าหมาย โดยคิดแต่เพียงว่าถ้ารถคันนี้เคลื่อนตัวออกไป จะต้องเป็นเป้าหมายเป็นคนใช้รถคันนี้อย่างแน่นอน โดยไม่พยายามเข้าไปตรวจสอบดูว่าใครเป็นผู้ที่ใช้รถคันนี้กันแน่ โดยการตามไปห่างๆ หรือการรอดูแต่สัญญาณจากเครื่องมือที่ติดไว้ที่รถเป้าหมาย กว่าจะรู้ตัวว่าสะกดรอยตามผิดคน แล้วนักสืบย้อนกลับมาหาเป้าหมายยังสถานที่เดิมอีกที่ ก็อาจหาเป้าหมายไม่พบแล้ว ภารกิจก็ล้มเหลว นักสืบที่ดีจึงควรมีการคิดวิเคราะห์ เเละตัดสินใจในเหตุการณ์เฉพาะหน้านั้น ๆ ได้ดีด้วย

นักสืบจะต้องมีความรอบคอบละเอียดถี่ถ้วนในการทำงาน การหาข่าว การติดต่อประสานงาน เหล่านี้จะต้องมีความรอบคอบ มีการสังเกตจดจำ ไม่หูเบา มีไหวพริบปฏิภาณในการทำงาน ไม่ตกใจง่ายไม่ประมาท กระทำการโดยปัญญา เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมาย จะต้องมีการเตรียมการที่ดี กล่าวคือ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า โดยอาศัยการบริหารจัดการทั่วไปที่เรารับทราบได้แก่

(1) คน Man หมายถึง ทีมงานที่มีหน้าที่สืบทั้งหมด

(2) เงิน Money หมายถึง งบประมาณที่จะนำมาใช้จ่าย

(3) วัสดุอุปกรณ์ Material หมายถึง เครื่องมืออุปกรณ์ที่จะใช้ในงานสืบ

(4) การจัดการ Management หมายถึง การจัดการบริหารงานสืบ

6. รับผิดชอบ

นักสืบที่ดีต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเอง รับผิดชอบต่องาน รับผิดชอบต่อส่วนรวม

6.1 ความรับผิดชอบต่อตนเอง

– จะต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว

– จะต้องเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา และไว้ใจได้เสมอ

– ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

– มีความซื่อสัตย์ ไม่มีนิสัยคดโกง หรือฉ้อราษฎร์บังหลวง

6.2 ความรับผิดขอบต่องาน

– รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย

– มีการรายงานผลการปฏิบัติงาน หลังจากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาไปแล้ว

– ไม่ทิ้งงานโดยไม่มีเหตุผล

– ต้องรักษาความลับของหน่วยงานโดยเคร่งครัด

– มีความจริงใจต่องานและเพื่อนร่วมงาน

6.3 ความรับผิดชอบต่อสังคม

– มีความสามัคคีในหมู่คณะ

– ช่วยเพื่อนฝูงทำงาน ไม่เอารัดเอาเปรียบ

– เห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว

7. ไร้ร่องรอย

นักสืบที่ดีต้องทำงานโดยไร้ร่องรอย ทั้งก่อนหน้าและหลังทำงานแล้ว ต้องวางแผนในการสืบให้รอบคอบ

8. ร่างกายที่เเข็งเเรง

นักสืบต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยปกติแล้วชีวิตการงานของนักสืบจะไม่ค่อยเหมือนชีวิตคนปกติทั่วไป ที่ตื่นเช้ามาเดินทางออกจากบ้านพักเพื่อไปทำงาน หลังจากนั้นตอนเย็นเลิกงานเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน แต่งานของนักสืบเป็นงานไม่มีเวลาตายตัวบางครั้งต้องทำงานติดต่อกันทั้งกลางวันและกลางคืน และอาจต้องเดินทางไกลเป็นประจำ ทำให้เวลาพักผ่อนน้อยไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ดังนั้นนักสืบจึงต้องควรระมัดระวังในการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ร่างกายเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เพราะนักสืบที่มีปัญหาด้านสุขภาพนั้น จะมีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มความสามารถ งานได้รับมอบหมายก็มีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จสูงด้วย นักสืบจึงต้องมีร่างกายที่แข็งแรง สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจได้ตลอดเวลา จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป แนวทางการสืบสวนกับพยานหลักฐาน

ป้ายกำกับ:, ,